คุณสุเมธ อายุ 63 ปี
เจ้าของกิจการ

“เงินเท่านี้ มันสามารถซื้อชีวิตเรากลับมาใหม่ได้ มันเป็นการเสียเงินที่คุ้มค่ามากที่สุด”

ประสบการณ์การรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โดยคุณสุเมธ

คุณสุเมธ เข้ารับการรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องแบบ
PSLD (Percutaneous Stenoscopic Lumbar Decompression) จากสาเหตุยกของหนักผิดท่าหลายครั้ง
ทำให้กระทบกระเทือนต่อกระดูกสันหลัง
เมื่อตอนเขาอายุประมาณ 30 ปี ก็มีอาการปวดหลังอย่างเฉียบพลัน พอพักสักครู่อาการปวดก็หายไปเอง และไม่ได้สนใจว่าต้องไปพบแพทย์แต่อย่างใด และเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ไปช่วยลูกน้องยกอุปกรณ์ก่อสร้าง ด้วยความที่อยากให้งานเสร็จไวขึ้น ทำให้อาการปวดหลังที่เคยเป็นมาเมื่อตอนอายุ 30 ได้กลับมาแสดงอาการและรุนแรงมากขึ้น ทำให้เส้นประสาทด้านหลังข้างขวาบีบตัวขึ้น จนรู้สึกเจ็บปวด…ใครบอกว่ายาที่ไหนดี เขาหามาทานหมด แต่มันก็ไม่ช่วยอะไร ซึ่งในตอนนั้นเขาคิดว่า

“ถ้าต้องผ่าตัดจริงๆ และเป็นการผ่าตัดแบบเปิดแผล ขอยอมตายดีกว่า”

ตอนที่ปวดรู้สึกอย่างไร?

คุณสุเมธ : มันปวดจนแทบจะนอนไม่ได้ บางครั้งเวลานอนอยู่บนเตียงต้องจัดท่านอนให้รู้สึกเจ็บน้อยที่สุด
เวลาขยับตัวแต่ละครั้งก็ลำบาก และอาการของผมเริ่มหนักขึ้นเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ก่อนที่ผมจะเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ ตามคำแนะนำของคนรู้จัก

ทำไมถึงตัดสินใจที่จะรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องที่ โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ?

คุณสุเมธ : ก่อนที่จะมาที่นี่ ผมได้ไปรักษากับโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง คุณหมอที่นั่นแนะนำให้ทำการผ่าตัดแบบเปิดแผล ซึ่งผมบอกกับคุณหมอว่าผมไม่ทำ เพราะเคยไปเยี่ยมน้องชายที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเหมือนกับผมที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดแบบเปิดแผลประมาณ 10 ครั้ง ตอนนี้เขาไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้อีก เพราะข้างในบอบช้ำหมดแล้ว ทำให้ผมบอกกับตัวเองว่า

“ถ้าผมต้องผ่าจริงๆ และเป็นการผ่าตัดแบบเปิดแผล ผมยอมตายดีกว่า”

จากนั้นผมได้หาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาแบบที่ไม่ต้องผ่าตัดแบบเปิดแผล ก็พบกับโรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ ที่นำเทคโนโลยีการผ่าตัดแบบ แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว จากต่างประเทศเข้ามารักษาในประเทศไทย

วันแรกที่เข้ามาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ รู้สึกอย่างไร?

คุณสุเมธ : วันที่เข้ามาพบคุณหมอวันแรกในใจคิดอยู่คำเดียวคือ “วันนี้ผมต้องได้ผ่าตัด” และบอกคุณหมอว่าก่อนมาที่นี่ผมเคยทำ x-ray และ MRI มาแล้วเมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่ผมไม่ให้คุณหมอดู เพราะอยากตรวจใหม่ทุกอย่าง
ในความคิดตอนนั้นคิดว่ามันต้องเป็นเยอะกว่าเดิมแน่นอน พอผลตรวจออกมาก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ จากเดิมมีแค่ 2 จุด ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาเป็น 3 จุด จากนั้นคุณหมอได้อธิบายว่าผมต้องทำการรักษาแบบไหน
ผมตอบตกลงกับคุณหมอทันทีว่าผมพร้อมทำการรักษาวันนี้เลย

ก่อนเข้ารับการรักษา และหลังรับการรักษา มีความแตกต่างมากน้อยแค่ไหน?

คุณสุเมธ : แตกต่างมากครับ ก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัด มีความกังวลในหลายๆ เรื่องว่า อาการที่เป็นอยู่จะหายเป็นปกติไหม และจะกลับมาเดินได้เหมือนที่ผมได้ศึกษาข้อมูลในเว็บไซต์ของโรงพยาบาลหรือเปล่า

แต่พอลืมตาขึ้นมารู้สึกว่าตรงซีกขวามันไม่มีความเจ็บปวดเหมือนที่ผ่านมา แม้แต่อาการชาก็ไม่มี เหลือแค่รู้สึกตึงๆ ที่แผลผ่าตัดเล็กๆ 3 รูด้านหลังเท่านั้น

“สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมมันไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่มันคือเรื่องจริง มันคือฝีมือของคุณหมอ และอุปกรณ์ผ่าตัดที่โรงพยาบาลนำมาใช้ในการรักษา คนที่หมดหวังหรือเดินไม่ได้ เปลี่ยนใจมารักษาที่นี่จะได้ร่างกายที่กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์”

ผมอยากชวนทุกคนที่มีอาการเหมือนผม เข้ามาปรึกษาคุณหมอรับรองไม่ผิดหวัง เพราะเราจะกลับมาใช้ชีวิตได้ดีกว่าเดิม แข็งแรงกว่าเดิม ถึงแม้ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ใหญ่ แต่ประสิทธิภาพในการรักษาสูงมาก
และโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังที่รักษาด้านนี้โดยตรง
สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมมั่นใจ และเลือกที่จะมารักษาที่นี่

“ถ้าผมจะเลือก เลือกสิ่งที่เค้าทำได้ดี อย่าทนเจ็บปวดอีกเลย รีบมาทำเถอะ” / คุณสุเมธ

ขอบคุณการแบ่งปันประสบการณ์การรักษา
ที่ S-Spine รพ.เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและระบบประสาท ของ คุณสุเมธ
เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน

สนใจพบแพทย์สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
และนัดหมายล่วงหน้า โทร 02-0340808