กระดูกสันหลังเคลื่อนรักษาได้ ด้วยเทคนิคยึดน็อตนำวิถีแบบ TLIF

กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis) เกิดจากความไม่มั่นคงของแนวกระดูกสันหลัง มักเริ่มจากหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม ตามมาด้วยข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม ส่งผลให้กระดูกสันหลังเกิดการ “เคลื่อน” ไปด้านหน้ามากกว่าปกติ ทำให้ โพรงประสาทตีบแคบ จนเกิดการกดทับของเส้นประสาท มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยมากพบในช่วงเอวข้อที่ 4 ต่อข้อที่ 5 (L4-L5) เพราะในข้อที่ 4 และ 5 นี้จะรับน้ำหนักจำนวนมากร่วมกับเป็นข้อที่มีการเคลื่อนไหวมากด้วยเช่นกัน จึงส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังร่วมกับอาการปวดร้าวลงขา ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายได้

ผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท จะมีอาการที่แสดงอย่างเด่นชัด คือ ชาบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับ และจะปวดมากขึ้นเมื่อต้องเดินต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หากพบอาการดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและทำการรักษา

อาการแบบไหนที่ควรรักษาด้วยวิธีการเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง

การรักษาด้วยวิธีนี้มักใช้กับผู้ป่วยที่ทานยาบรรเทาอาการปวดมาแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น หรือกลุ่มที่มีข้อห้ามในการใช้ยาแก้ปวด เช่น ผู้ป่วยโรคไต รวมถึงผู้ป่วยมีอาการปวดหลังส่วนล่างเป็นประจำอย่างรุนแรง หรือมีอาการทางระบบประสาทสัมพันธ์กับข้อกระดูกสันหลังที่เคลื่อน เช่น อ่อนแรง ไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายได้ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยก็อาจต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการการผ่าตัด

การเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง หนึ่งในวิธีการรักษาโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน จะทำกับกระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอว แต่ก็สามารถใช้กับกระดูกสันหลังส่วนคอและอกได้ ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการเชื่อมยึดกระดูกสันหลังด้วยวิธีนี้ มักจะมีปัญหาการดึงรั้งของเส้นประสาท หรือมีอาการปวดรุนแรงและเรื้อรัง เนื่องจากอาจมีภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมร่วมด้วย ทำให้กระดูกสันหลังเกิดการเคลื่อน ไม่มั่นคง รวมถึงภาวะกระดูกสันหลังผิดรูป ซึ่งจำเป็นต้องผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนนั้นให้ติดกัน เพื่อทำให้เกิดความแข็งแรง มั่นคง และทำให้อาการปวดที่หลังดีขึ้นอีกด้วย

TLIF เทคนิคใหม่รักษากระดูกเคลื่อนด้วยแผลเล็ก

การรักษากระดูกเคลื่อนด้วยวิธี การเจาะรูส่องกล้องโดยเครื่องมือยึดน็อตนำวิถี แบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Transforaminal Lumbar Interbody Fusion ) หรือ MIS TLIF เป็นวิธีการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป เพื่อหยุดการเคลื่อนของข้อกระดูกสันหลังไม่ให้มีการเคลื่อนออกไปมากขึ้น และลดอาการปวดจากการเคลื่อนตัวของข้อกระดูกสันหลัง ร่วมกับการนำส่วนที่กดทับเส้นประสาทออกด้วยเทคนิคบอบช้ำน้อย ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ อย่างสกรูที่ใช้ยึดใส่เป็นแบบเจาะรู (Percutaneous Screw) ทำงานร่วมกับการใช้เครื่องนำวิถี นำทางในการใส่ screw

การรักษาโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนด้วยวิธีนี้ แพทย์จะนำส่วนที่กดทับเส้นประสาทออกผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Microscope) เพื่อเพิ่มกำลังขยายภาพในตำแหน่งที่จะผ่าตัดให้ใหญ่ขึ้น โดยเปิดแผลขนาดเล็กด้านหลังประมาณ 3 เซนติเมตร เพื่อสอดอุปกรณ์เข้าไปยังกระดูกสันหลังและนำส่วนที่กดทับออก หลังจากนั้นจะใส่หมอนรองกระดูกเทียม (PEEK) ผ่านทางแผลที่นำหมอนรองกระดูกสันหลังและพังผืดที่กดทับเส้นประสาทออกมา และทำการเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Interbody Fusion) ด้วยสกรูแบบเจาะรู (Percutaneous Screw) ซึ่งทำงานร่วมกับการใช้เครื่องระบบนำวิถี บอกตำแหน่งของสกรูและโลหะดามกระดูก เพื่อให้เกิดความถูกต้อง แม่นยำ ตรงตามตำแหน่ง ไม่กระทบกระเทือนกับเส้นประสาทที่อยู่บริเวณใกล้เคียง โดยการผ่าตัดด้วยวิธี MIS TLIF นี้จะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง

การรักษาโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนด้วยวิธีนี้ยังช่วยจัดแนวกระดูกสันหลังให้กลับมาอยู่ในแนวปกติและไม่จำเป็นต้องเปิดแผลขนาดใหญ่เหมือนในอดีต จึงปลอดภัยและลดการทำลายของกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย แผลเล็ก และฟื้นตัวไว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเร็วยิ่งขึ้น

ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นมาตรฐานในต่างประเทศ แต่จำเป็นต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญเฉพาะทางโดยตรงในการใช้อุปกรณ์พิเศษนี้

หากคุณมีอาการปวดหลังเป็นประจำ นั่นคือจุดเริ่มต้นของกระดูกที่อ่อนแอ ซึ่งอาการของโรคที่เด่นชัด ผู้ป่วยจะมีอาการชาบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับ ทำให้ปวดมากขึ้นเมื่อต้องเดินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ และอาการปวดหลังจะเพิ่มขึ้นจนรู้สึกได้ว่าร่างกายเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว หากพบอาการดังกล่าว แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายหรือขอคำปรึกษาเพิ่มเติม จะได้วางแผนการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อการหายอย่างยั่งยืน

แผลผ่าตัดด้วยวิธี MIS TLIF 6 เดือน หลังจากทำการผ่าตัด
แบ่งปันบทความนี้